น้ำตกไนแองการา 
กิน เที่ยว แชะ

น้ำตกไนแองการา (Niagara Falls) เป็นเขตพรมแดนตามธรรมชาติที่อยู่ตรงกลางระหว่าง 2 ประเทศ คือ สหรัฐอเมริกา กับ แคนาดา โดยฝั่งสหรัฐอเมริกาจะอยู่ที่มลรัฐนิวยอร์ก ส่วนฝั่งแคนาดาจะอยู่ที่เมืองออนตาริโอ แม้จะไม่ใช่น้ำตกที่สูงเด่นเป็นสง่า แต่มีขนาดที่กว้างใหญ่ไพศาล ด้วยสภาพทางภูมิศาสตร์ที่มีความสวยงามมาก จึงทำให้นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก ต้องแวะมายืนชมทัศนียภาพจากฝั่งใดฝั่งหนึ่งแบบไม่เคยขาดสาย

 

สำหรับน้ำตกไนแองการา ตั้งอยู่บนแม่น้ำไนแองการาทางตะวันออกของทวีปอเมริกาเหนือ ซึ่งประกอบไปด้วยน้ำตก 3 สาย ที่แยกออกจากกัน ได้แ่ก่ "น้ำตกเกือกม้า" (Horseshoe Falls) หรือบางครั้งก็ถูกเรียกว่า น้ำตกแคนาดา ที่มีความสูง 158 ฟุต, น้ำตกอเมริกา ที่มีความสูง 167 ฟุต, และ น้ำตกบริเดล เวล (Bridal Veil) ที่มีขนาดเล็กที่สุด โดยกระแสน้ำจะไหลทะลักลงจากหน้าผาสูงเป็นแนวกว้าง และเมื่อกระโจนลงสู่พื้นน้ำเบื้องล่างตามแรงกระทบที่ตกลงไป จึงทำให้เกิดละอองกระเซ็นสาดไปทั่วบริเวณ แต่เมื่อกระทบกับแสงแดดที่สาดเข้าใส่ ละอองเหล่านั้นก็จะปรากฏเป็นภาพของ "รุ้งกินน้ำ" ที่ประดับประดาอยู่ตรงบริเวณน้ำตกเกือบตลอดเวลา

นอกจากนี้ "น้ำตกไนแองการา" ยังมีเรื่องราวตามตำนาน "Maid of the Mist" หรือที่แปลเป็นไทยได้ว่า "หญิงสาวแห่งสายหมอก" ที่เล่าขานกันมาตั้งแต่สมัยก่อนว่า ชาวอินเีดียนแดงที่เคยอาศัยอยู่ตรงบริเวณนี้ได้ล้มตายด้วยโรคระบาดไปเป็นจำนวนมาก แต่ชาวอินเดียนแดงกลับเชื่อว่าเป็นเพราะเทพเจ้าแห่งสายน้ำไม่โปรดปรานพวกเขา จึงลงโทษด้วยการคร่าชีวิตผู้คนที่อาศัยอยู่ตรงบริเวณนี้เสียเลย ด้วยเหตุนี้หัวหน้าเผ่าจึงได้ตัดสินใจส่งลูกสาวของตัวเองให้ลงเรือไหลไปตามน้ำตกเพื่อสังเวยแด่เทพเจ้า ปรากฏว่า เทพเจ้าโปรดปรานเธอมาก และเธอก็ได้ตกลงยอมเป็นภรรยาโดยมีเงื่อนไขว่า เทพเจ้าจะต้องช่วยชีวิตผู้คนในเผ่าของเธอ

แต่เทพเจ้าได้เปิดเผยถึงสาเหตุที่ทำให้ผู้คนล้มตายว่า เป็นเพราะ "งูยักษ์" ที่อาศัยอยู่ในลำน้ำได้คายพิษลงไปในน้ำตกที่ใช้ดื่มกัน หลังจากนั้นลูกสาวของหัวหน้าเผ่าก็ได้ปรากฏกายขึ้นในม่านน้ำ (Mist) เพื่อแจ้งข่าวให้ชาวบ้านได้รับทราบ ก่อนที่ชาวบ้านจะร่วมใจกันลงมือฆ่างูยักษ์ทิ้งเสีย ทำให้ซากของงูยักษ์ลอยไปติดแก่งเหนือ "น้ำตกไนแองการา" และขวางทางน้ำเป็นรูปโค้งเหมือนเกือกม้าอย่างที่เห็นในปัจจุบันนี้

 
 
ที่มา :  Nation Zone Travel 6-11-13